เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

 

            ปัญหาการแกล้งกันในโงเรียนของเด็กๆ เคยเป็นแค่ปัญหาเล็กๆที่ไม่มีใครสนใจ จนกลายเป็นสาเหตุของปัญหาที่ใหญ่ขึ้นกว่านั้น เริ่มจากการล้อเลียนสู่การทะเลาะวิวาท จนถึงการบันดาลโทสะด้วยความแค้น

         สถิติของกรมสุขภาพจิต พบว่า เด็กไทยเจอปัญหาการรังแกในโรงเรียนมากเป็นอันดับ 2 ของโลกและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกที หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ควรถึงเวลาที่สังคมต้องกลับมาใส่ใจถึงต้นตอของปัญหาจริงๆ

เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

สอนให้ลูกรู้เท่าทันเมื่อโดนกลั่นแกล้ง

            พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่ลูกกำลังเจออยู่ คือ การกลั่นแกล้งหรือไม่  มีการด่าทอ  พูดจาหยาบคายที่ทำร้ายจิตใจหรือมีการทำร้ายร่างกายหรือเปล่า ถ้าหากว่าสิ่งที่ลูกกำลังเจอ คือ การรังแกหรือที่เรียกว่า การบูลลี่ ต้องสอนให้ลูกรู้จักการป้องกันตัวเองในเบื้องต้น นั่นคือ  การกล้าพูดกับผู้กระทำผิด เพราะหลายครั้งที่การรังแกยังเกิดขึ้นเพราะผู้ถูกกระทำไม่กล้าที่จะพูดหรือแสดงท่าทีตอบกลับ และสุดท้าย ควรสอนให้ลูกกล้าบอกคุณครู  หรือ ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายหาทางออกของปัญหาและตักเตือนผู้กระทำผิด

เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

ปกป้องและอยู่เคียงข้างลูกเมื่อลูกเป็นเหยื่อการรังแก

         ในฐานะของพ่อแม่  ควรปกป้องและอยู่เคียงข้างเมื่อลูกเจอสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยการไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์และคิดว่าเป็นเพียงเด็กเล่นกัน  แต่ควรใช้ความเป็นผู้ใหญ่แก้ปัญหาอย่างรอบคอบ ด้วยการพูดคุยกับเด็กที่รังแกลูกและผู้ปกครองของเด็กคนนั้นอย่างใจเย็น มีสติ  ถ้าหากการกลั่นแกล้งยังเกิดขึ้นซ้ำอีก  ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อหน้าหรือบนโลกออนไลน์  ควรใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเข้าจัดการด้วยการแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

         เมื่อลูกถูกบูลลี่ ลูกย่อมมีอาการเครียด รู้สึกสับสน  ขาดความเชื่อมั่น ควรให้ลูกได้พักผ่อน  ใช้เวลากับตัวเอง  ทำในสิ่งที่ชอบ  อย่าเร่งรัดหรือบีบบังคับสภาพจิตใจของลูกให้ดีขึ้นในทันที ควรอยู่เคียงข้างและคอยปลอบโยน ให้กำลังใจจนความเชื่อมั่นของลูกกลับมา หรือพาลูกปรึกษา ขอคำแนะนำจากจิตแพทย์ ความเข้าใจจากครอบครัวจะทำให้ลูกก้าวผ่านประสบการณ์เลวร้ายไปได้

เมื่อลูกของคุณ เจอสถานการณ์โดนรังแกในโรงเรียน

         สิ่งที่สำคัญยิ่ง อีกอย่างหนึ่ง คือการสอนให้ลูกเคารพตัวเองและเข้าใจความแตกต่าง ว่า มนุษย์มีหลายเชื้อชาติ  สีผิว รูปร่างหน้าตา เพศสภาพ เป็นสิ่งที่งดงามในตัวเองแตกต่างกันไปและไม่ควรล้อเลียนกัน ไม่เพียงแต่ให้ลูกไม่ใช้ประเด็นนี้ในการรังแกผู้อื่นแต่ให้ลูกรู้ว่า เมื่อถูกล้อเลียนด้วยประเด็นเหล่านี้ ก็จงอย่าเสียความมั่นใจ เพราะสิ่งที่ลูกมีและสิ่งที่ลูกเป็นก็มีคุณค่า  ความแตกต่างคือเอกลักษณ์และทำให้โลกสวยงามขึ้น