อาถรรพ์แก้บน

อาถรรพ์แก้บน

                  เมื่อยามที่เราทุกข์ใจ หรือต้องการสมหวังกับสิ่งใดสักเรื่องก็มักจะทำตามความเชื่อทางตามโบราณกาล คือการบนบานศาลกล่าว ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักไม่ได้แค่กล่าวขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องที่ตนต้องการเท่านั้น หากแต่ยังติดสินบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นด้วย ซึ่งเราเรียกมันว่า “การบน” การบนขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้มักจะกล่าวขอให้สมหวังและจะมีสิ่งของที่บนบานไว้มาแก้บน เมื่อประสบผลสำเร็จแล้วก็ต้องมาแก้บนตามที่ขอท่านไว้

                  แต่ไม่ใช่กับนุดี “นุดี” คือหญิงสาวที่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เชื่อเรื่องการบนบานศาลกล่าว ไม่เพียงแค่เธอไม่เชื่อเท่านั้น หากแต่ยังลบหลู่และเห็นเป็นเรื่องตลก ที่เพื่อน ๆ ของเธอมักจะไปบนบานกับศาลพระภูมิหลังหอหญิงที่เธอและเพื่อนอยู่อาศัย ศาลพระภูมิตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของหอหญิง มีลักษณะเป็นศาลพระภูมิเก่า คล้ายศาลพระภูมิร้างยังไงยังงั้น เพราะแม่บ้านของที่นี่ไม่ใส่ใจดูแลและไม่มีการนำน้ำ ดอกไม้ธูปเทียนมาถวายทุกวันพระดังเช่นศาลพระภูมิที่อื่น แต่กระนั้นก็ยังมีนักศึกษาหญิงมาบนบานขอให้สมดังหวังกันมากมาย ซึ่งวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะขอให้สมหวังและมักจะขอแก้บนด้วยการวิ่งรอบศาลพระภูมิ โดยบนกันว่าจะวิ่งรอบตัวหอหญิงซึ่งเป็นอาคารเก่าและทรุดโทรมซึ่งเป็นไปตามราคาของค่าเช่าที่นี่

อาถรรพ์แก้บน

                  และก็มักจะขอวิ่งแก้บนในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งทำให้หญิงสาวที่บนบานเช่นนี้พากันสมหวังแทบทุกราย เพื่อนของนุดีก็เช่นกัน เธอหวังกับการสอบไฟนอลครั้งนี้มาก เพื่อนของนุดีและเพื่อนสาวคนอื่น ๆ ต่างพากันมาบนบานต่อศาลพระภูมิแห่งนี้โดยมีเจตนาที่มุ่งหวังจะทำตามที่บนบานไว้ แต่ไม่ใช่กับนุดี

                  นุดีอยากลองของเลยลองบนไปเล่น ๆ ว่าหากตนสอบได้คะแนนวิชาที่กำลังจะสอบนี้เกิน 90 คะแนน นุดีจะวิ่งรอบหอพักตอนเที่ยงคืน 300 รอบ เพื่อน ๆ รู้ก็พากันตกใจยกใหญ่ เพราะถือว่าเป็นจำนวนรอบที่เยอะมาก ๆ ซึ่งนุดีก็พูดไปพล่อย ๆ โดยที่ไม่คิดจะวิ่งแก้บนจริง ๆ

                  เมื่อผลสอบออกมาแล้ว นุดีได้คะแนนสอบวิชานี้สูงถึง 93 คะแนน เพื่อน ๆ ต่างพากันบอกให้นุดีไปวิ่งแก้บน แต่นุดีกลับไม่ใส่ใจและพูดสวนกลับอีกว่า “ไร้สาระ”

                  เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ นุดีก็ยังไม่มาวิ่งแก้บน จนกระทั่งคืนหนึ่งนุดีลุกขึ้นมาตอนเที่ยงคืน ในคืนที่เงียบที่สุด นุดีถูกสิ่งที่มองไม่เห็นบังคับให้ออกไปวิ่งรอบหอพัก โดยที่บังคับให้ขาของนุดีก้าวออกไปทีละก้าว นุดีวิ่งไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย แต่กลับร้องไห้แบบไม่มีเสียง และไม่มีแม้แต่เสียงที่จะร้องเรียกให้ใครมาช่วยได้

อาถรรพ์แก้บน

                  แต่เพื่อนร่วมหอของเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งรอบหอพักไม่หยุดหย่อนจึงพากันออกมาดู กลับเห็นว่านุดีกำลังวิ่งรอบหอพักไปมาอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นทั้ง ๆ ที่นุดีเหนื่อยสุดแสนสาหัส แต่นุดีก็ยังวิ่งไม่หยุด นุดีวิ่งไปด้วย ปาดน้ำตาไปด้วย ดูฝืน ๆ และเกร็ง ๆ แต่เพื่อน ๆ กลับคิดว่านุดีวิ่งปาดเหงื่อที่ใบหน้า

                  เวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี เพราะนุดีดูอ่อนล้าและใกล้จะหมดแรง หากแต่นุดีก็ยังไม่ยอมหยุดวิ่ง จนกระทั่งวรรณา เพื่อนร่วมหอที่พักอยู่ชั้นบนเดินลงมาเห็น เธอถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เพราะเธอเห็นมีผู้หญิงสวมชุดไทยใส่ชฎา หน้าขาว ปากแดง กำลังขี่คอนุดีและยังมีชายแก่ใส่ชุดไทย วิ่งนำหน้านุดีพร้อมกับมีเชือกจูงที่ขาของนุดี

                  วรรณาเป็นคนเดียวที่เห็นสิ่งนี้ และยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากบอกใคร นุดีก็ล้มลงหมดแรง เวลานั้นเองที่นุดีหยุดวิ่งและเพื่อน ๆ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพราะนุดีตาค้าง ปากอ้าเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ทั้งมือและเท้าเกร็ง ยังไม่ทันที่จะถึงโรงพยาบาลนุดีก็สิ้นลมหายใจไปแล้ว

อาถรรพ์แก้บน

                  วรรณาเป็นคนเดียวที่เห็นสิ่งนั้น แต่เธอไม่กล้าเล่าให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว อีกทั้งหมอก็ให้ความเห็นว่านุดีหักโหมกับการวิ่งจนเกินไป จนกระทั่งร่างกายขาดน้ำและหมดสติในที่สุด

                  แต่ความจริงมีเพียงสิ่งเดียวที่วรรณาล่วงรู้ นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าบนขอให้ศาลพระภูมิแห่งนี้ช่วยอะไรอีกเลย หากใครที่เคยบนอะไรไว้ ให้รีบจัดการตามคำขอไว้เลย เพราะไม่แน่ว่าคุณอาจจะถูกบังคับให้ทำในภายหลังก็ได้ อาถรรพ์แก้บน