กรรมตามสนอง

กรรมตามสนอง

กรรมตามสนอง

                  ราเชนเป็นเด็กวัยรุ่นที่ชื่นชอบความท้าทาย มีความกล้า บ้าบิ่น ผสมกับความดื้อรั้นที่ไม่ฟังใครทั้งสิ้น ไม่สนใจความรู้สึกหรือฟังคำสอนของพ่อกับแม่ ทั้งยังมีแต่ความคึกคะนอง เน้นแต่ความสนุกสนานของตนเองเป็นหลัก

                  ละแวกบ้านของราเชนเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่สำหรับฆ่าหมู ทุกวันราเชนจะได้ยินเสียงหมูร้องโหยหวนทุกวัน แต่ราเชนฟังแล้วรู้สึกสนุกและชื่นชอบกับเสียงอันโหยหวนนี้ เขามองว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าทดลองทำสำหรับการฆ่าหมู โดยเฉพาะหมูตัวใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม เพราะต้องใช้ทั้งพละกำลังและความกล้าหาญในการฆ่าหมูแต่ละตัว

                  วันหนึ่งที่เพื่อนของราเชนกำลังจะบวชจึงมีการจัดงานเลี้ยงฉลองก่อนงานบวช ราเชนนึกสนุกจึงอยากฆ่าหมูด้วยตนเอง หากแต่วิธีการที่คนฆ่าหมูนิยมทำกันคือการเชือดคอหมู หรือทุบหมูให้ตายอย่างรวดเร็ว เพื่อลดการทรมาน แต่นั่นไม่ใช่ความคิดสำหรับราเชน

                  ราเชนถือมืดยาวคมกริบเตรียมไปเชือดคอหมู ท่ามกลางเสียงห้ามปรามของแม่ แต่เสียงนั้นไม่เข้าหูราเชนแม้แต่น้อย ราเชนนึกถึงแต่ความสนุกและความชื่นชอบในเสียงโหยหวนของหมูนั้น ราวกับว่าเขาเป็นคนวิกลจริต ราเชนถือมืดเดินเข้าคอกหมู และยืนเลือกหมูตัวใหญ่ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

                  ทันใด ราเชนก็ตัดสินใจเลือกหมูตัวที่ใหญ่ที่สุดในเล้า และเดินตรงปรี่เข้าไปเชือดคอหมู แต่ราเชนกลับขึ้นนั่งบนหลังหมูและบรรจงเชือดคอหมูอย่างช้า ๆ ไม่ใช่การเชือดอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการเชือดทีละนิด และเฝ้ามองอย่างสะใจ หมูตัวนั้นทั้งวิ่งและดิ้นพล่านไปทั่วคอก ราเชนมองดูด้วยความภูมิใจและความสะใจในฝีมือการเชือดของตนเอง และมองหยดเลือดที่ไหลเอื่อยพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ชอบใจ จากนั้นราเชนก็เดินตรงปรี่เข้าไปเชือดคอหมูอีกหลายรอบ เป็นการบรรจงปาดทีละเล็ก หลาย ๆ คราว หมูตัวนี้คงทรมานเป็นอย่างมาก มันไม่ตายในทันที กลับนอนดิ้นพล่าน ๆ อย่างน่าอนาถ

                  เท่านั้นยังไม่พอ ราเชนยังเดินไปหยิบค้อนอันใหญ่มาทุบตามลำตัวของหมูนั้นอีก ราวกับว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนุก ไม่นานนักหมูตัวนั้นก็ตายลงพร้อมกับความทรมานผสมกับเสียงร้องอันโหยหวนของหมูตัวนั้น

                  ราเชนยืนยิ้มและรู้สึกสนุกกับการฆ่าหมู มากกว่าการหวังจะได้เนื้อมันมาทำอาหาร

                  เวลาผ่านไปประมาณ 5 วัน ราเชนเดินกลับมาที่คอกหมูนี้อีกครั้งในยามดึกคืนหนึ่ง หวังจะเปลี่ยนบรรยากาศฆ่าหมูในตอนกลางคืนเพิ่มความเร้าใจให้ตัวเอง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด !!!

                  พื้นของคอกหมูที่เปียกปอนเพราะน้ำฝนที่ไหลตกติดต่อกันหลายคืน ราเชนเดินไม่ทันระวังตัว จึงลื่นลงและหัวฟาดพื้นอย่างแรง แต่ราเชนไม่ตายในทันที ราเชนกระเสือกกระสนลุกขึ้น พร้อมกับเสียงร้องอันเจ็บปวด พลันพยายามผลักตัวเองให้ลุกขึ้นและคว้าขาโต๊ะเพื่อหวังจะช่วยเป็นที่ยึดให้ตนเองลุกขึ้นได้  แต่มีดที่ราเชนถือมาวางบนโต๊ะนั้นหล่นลงมาปักที่คอราเชนอย่างพอเหมาะพอดี ราเชนร้องโหยหวนราวกับเสียงหมูถูกเชือด ชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงต่างก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นเสียงหมูที่กำลังถูกเชือด

                  หมูที่อยู่ในคอกอีกหลายสิบตัวต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาเหยียบราเชน และมีอีกหลายตัวที่บรรจงเหยียบไปที่คอของราเชนที่มีมีดปักอยู่ อาจจะดูเหมือนกับว่าทุกอย่างนี้เป็นเรื่องของความบังเอิญ แต่เหตุใดหมูหลายสิบตัวจึงได้บังเอิญวิ่งเข้าใส่ราเชนราวกับว่าพวกมันโกรธราเชนอยู่

                  ราเชนคิดในใจเฮือกสุดท้ายถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปเมื่อหลายวันก่อน เสียงหมูที่วิ่งรวมตัวกันมา พร้อมกับเสียงร้องของหมู ราวกับว่าพวกมันดีใจและชื่นชอบกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า คล้ายราเชนในวันนั้น ราเชนรับรู้ถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ตายในทันที เขานอนรอความตายอยู่ที่คอกหมูพร้อมกับหมูอีกหลายสิบตัวที่บ้างก็ยืนบนตัวเขา บ้างก็ยืนล้อมตัวเขา และก็มีหลาย ๆ ตัวที่เดินวิ่งข้ามไปมาบนตัวราเชน ราวกับว่าพวกมันเอาน้ำหนักของตัวเองเป็นค้อนปอนด์ทุบราเชน เวลาผ่านไปไม่นานนัก ราเชนก็ตายลงพร้อมกับมีดที่ปักอยู่ที่คอของเขา

                  รุ่งเช้าเพื่อนบ้านและญาติของราเชนมาพบศพ ทุกคนก็คิดว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ เพราะพื้นในคอกหมูนั้นลื่นมาก แต่ทุกคนก็ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ทำไมจึงมีร่องรอยเขียวช้ำตามตัวของราเชนเต็มไปหมด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทิ้งไว้เป็นแค่ความสงสัย และก็มีอีกหลายคนที่คิดว่าอาจเป็นเพราะ “กรรมตามสนอง” ที่เกิดจากสิ่งที่ราเชนเคยตั้งใจทำไว้นั้น ย้อนกลับมาสร้างความเจ็บปวดให้ราเชนอย่างที่ได้ทำกับคนอื่นไว้นั่นเอง